สรุปสั้น
- 19 ต.ค. 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตรวจค้นบ้านเช่าสามชั้นในซอยคู้บอน 27 เขตบางเขน กรุงเทพฯ ตามหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี
- พบช่อดอกกัญชาบรรจุถุงดำรวมกว่า 5 ตัน และควบคุมตัวชาวต่างชาติ 5 คน (เวียดนาม 1 คน เมียนมา 4 คน) ระหว่างคัดแยกและแพ็กเพื่อส่งลูกค้า
- ใบอนุญาตที่นำมาแสดงออกโดยจังหวัดหนองบัวลำภู จึงใช้กับการดำเนินการในกรุงเทพฯ ไม่ได้
- เจ้าหน้าที่อ้างอิง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- ตำรวจส่งของกลางตรวจพิสูจน์ว่าปลูกในประเทศหรือลักลอบนำเข้า และขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม
เกิดอะไรขึ้นที่คู้บอน
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ชุดปฏิบัติการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ ผู้บัญชาการ สตม. เข้าตรวจค้นบ้านพักสามชั้นขนาดราว 100 ตารางวาในซอยคู้บอน 27 แยก 14 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน การตรวจค้นทำตามหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี และมีเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมด้วย
ตามรายงานของเดลินิวส์และผู้จัดการออนไลน์ จุดเริ่มต้นของคดีมาจากชาวบ้านละแวกนั้นร้องเรียนเรื่องกลิ่นกัญชา เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนเก็บข้อมูลอยู่ราวสองเดือนก่อนลงพื้นที่ ภายในบ้านพบช่อดอกกัญชาบรรจุในถุงสีดำกระจายอยู่ทั้งสามชั้น รวมน้ำหนักกว่า 5 ตัน และพบระบบท่อระบายอากาศที่ติดตั้งไว้เพื่อระบายกลิ่นออกนอกตัวบ้าน
ขณะเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติ 5 คน เป็นชาวเวียดนาม 1 คนและชาวเมียนมา 4 คน กำลังคัดแยกช่อดอกและบรรจุหีบห่อเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ
ข้อมูลเบื้องต้นจากการสอบสวน
- ผู้ทำสัญญาเช่าบ้านเป็นคนไทย แต่ปล่อยให้กลุ่มชาวต่างชาติเข้าพักและดำเนินการในบ้านหลังนี้มานานกว่าหนึ่งปี
- แรงงานชาวเมียนมาได้รับค่าจ้างราววันละ 200–300 บาท
- เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ต้องหาชาวเวียดนามอาจเป็นผู้ควบคุมการทำงาน ซึ่งจัดแบ่งหน้าที่คล้ายการบริหารแบบบริษัท
- ผู้เกี่ยวข้องอ้างใบอนุญาตที่ออกโดยจังหวัดหนองบัวลำภู แต่เจ้าหน้าที่ชี้ว่าใบอนุญาตดังกล่าวไม่ครอบคลุมการดำเนินการในกรุงเทพฯ
ณ วันที่รายงาน สื่อยังไม่ได้ระบุรายละเอียดข้อกล่าวหาที่แจ้งต่อผู้ต้องหาแต่ละราย
ทำไมใบอนุญาตต่างจังหวัดใช้ไม่ได้
ช่อดอกกัญชาเป็น "สมุนไพรควบคุม" ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 การขาย แปรรูปเพื่อการค้า หรือส่งออกช่อดอกต้องได้รับอนุญาต และตามที่เจ้าหน้าที่อธิบาย ใบอนุญาตต้องออกโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ที่ดำเนินการจริง ใบอนุญาตจากจังหวัดหนึ่งจึงไม่ใช่ใบเบิกทางให้ไปเปิดโกดังหรือจุดกระจายสินค้าที่จังหวัดอื่น
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับอัตราโทษที่เราสรุปไว้ในบทความโทษกัญชา 2569 ทั้งนี้ ปัจจุบันการขายช่อดอกต้องทำผ่านสถานที่ที่กฎหมายกำหนดและต้องมีใบสั่งจ่าย ดูรายละเอียดได้ที่สรุปกฎหมายกัญชาไทยล่าสุด
ขั้นต่อไปของคดี
เจ้าหน้าที่จะส่งตัวอย่างช่อดอกตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูว่าเป็นกัญชาที่ปลูกในประเทศหรือลักลอบนำเข้า และจะขยายผลติดตามผู้ที่เคยเข้าออกบ้านหลังนี้ ซึ่งรายงานว่ามีทั้งชาวเวียดนาม เมียนมา และจีน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางที่มาของสินค้าทั้งหมด
สิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรรู้
- ใบอนุญาตผูกกับสถานที่และจังหวัดที่ออก การย้ายหรือขยายจุดดำเนินการต้องขออนุญาตในพื้นที่ใหม่
- ช่อดอกที่ส่งผ่านโกดังหรือขายออนไลน์โดยไม่มีใบสั่งจ่ายถือว่าผิดเงื่อนไขปัจจุบัน
- ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบร้านกัญชาถูกกฎหมายก่อนซื้อ และแจ้งเบาะแสร้านหรือจุดจำหน่ายที่สงสัยผ่านช่องทางของหน่วยงาน
- ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาที่ ครม. เห็นชอบแล้วยังไม่มีผลบังคับใช้ ดูความคืบหน้าได้ที่ข่าว ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา
บทความนี้เป็นการสรุปข่าวเพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ผู้ต้องหาทุกรายยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา




